กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่ สำหรับผู้ลี้ภัยและผู้พำนักเกินกำหนด Q&A

กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่
สำหรับผู้พำนักระยะกลาง ระยะยาว
Q & A
ภาษาญี่ปุ่นฉบับแก้ไข 2011.6

ปัจจุบัน ชาวต่างชาติ ผู้ที่ถือสถานะการพำนัก(ประเภทวีซ่า) ดังต่อไปนี้
ผู้มีถิ่นพำนักถาวร / ผู้พำนักระยะยาว / คู่สมรสของชาวญี่ปุ่น / คู่สมรสของผู้มีวีซ่าถาวร / ศิลปิน / ผู้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา / สื่อสารมวลชน /ผู้ประกอบกิจกรรมด้านวัฒนธรรม / ศาสตราจารย์ / ผู้ลงทุน・ นักธุรกิจ /นักกฎหมาย・นักบัญชี /ผู้ประกอบกิจการบริการทางการแพทย์ / ผู้ประกอบกิจกรรมด้านการศึกษา /ผู้ที่ทำงานกับบริษัทสาขาในต่างประเทศ / ผู้ฝึกงาน / นักเรียน/นักศึกษา /นักวิจัย /วิศวกร / ผู้มีความรู้ทางวัฒนธรรม・กิจการต่างประเทศ / นักแสดง / ผู้ชำนาญการ(แรงงานฝีมือ) / อาศัยอยู่กับครอบครัว / ผู้ประกอบกิจกรรมพิเศษ
ตามกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่ที่จะมีผลกระกาศใช้ในเดือนกรกฎาคม ปี 2012 นี้ ชาวต่างชาติ ผู้ที่ถือสถานะการพำนักดังที่กล่าวในข้างต้นจะเปลี่ยนมาเป็น "ผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นระยะกลาง ระยะยาว"


Question
  1. บัตรประจำตัวคนต่ำงด้ำวจะถูกยกเลิกจริงหรือไม
  2. กำรที่สำมำรถต่ออำยุและรับบัตรประจำตัวผู้พำนัก (Zairyu Card) จำกกองตรวจคนเข้ำเมืองได้ ทำให้สะดวกขึ้น ใช่หรือไม่
  3. บัตรประจำตัวผู้พำนัก ได้ระบุรำยละเอียดอะไรไว้บ้ำง
  4. หำกไม่มีบัตรประจำตัวผู้พำนัก จะเป็นอย่ำงไร
  5. ไม่เพียงแต่คนต่ำงชำติเท่ำนั้น หน่วยงำนที่สังกัดอยู่ก็จำเป็นต้องรำยงำนด้วยหรือไม่
  6. กระทรวงยุติธรรมได้นำข้อมูลส่วนตัวเหล่ำนี้ไปใช้ประโยชน์อะไร
  7. กำรยกเลิกสถำนกำรณ์พำนัก (วีซ่ำ) คืออะไร
  8. ทะเบียนผู้อำศัยคนต่ำงด้ำว เป็นอย่ำงไร
  9. กำรคัดชื่อออกจำกทะเบียนผู้อำศัย คืออะไร
  10. "กำรที่ไม่ต้องขออนุญำตเข้ำเมืองอีกครั้ง (RE-ENTRY) กรณีที่เดินทำงกลับเข้ำญี่ปุ่นอีกครั้ง"คืออะไร


Q1
บัตรประจำตัวคนต่างด้าวจะถูกยกเลิกจริงหรือไม่

จะถูกยกเลิกจริง
เพราะมีการยกเลิกกฎหมายการลงทะเบียนคนต่างด้าวปัจจุบัน และจะนาเอาระบบการควบคุมการพานักอยู่ในญี่ปุ่นระบบใหม่เข้ามาใช้

กฎหมายฉบับแก้ไขถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ.2009 ที่เรียกว่า พระ
ราชบัญญัติควบคุมการตรวจคนเข้าเมือง กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองพิเศษ (ฉบับแก้ไข)
กฎหมายการจดทะเบียนราษฎรขั้นพื้นฐานนั้น จะเริ่มนำมาใช้เดือนกรกฎาคม ปีหน้า (ค.ศ. 2012)
ระบบใหม่จะถูกนำไปใช้กับคนต่างชาติที่มีสถานะของวีซ่ามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะเรียกว่า ผู้พำนักอาศัยระยะกลางถึงระยะยาว ยกเว้นผู้ที่ถือวีซ่าถาวรแบบพิเศษ


ตาราง 1 กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่ที่จะผลบังคับใช้ในปี ค.ศ. 2012
กฎหมายการลงทะเบียนคนต่างด้าวปัจจุบัน พระราชบัญญัติควบคุมการตรวจคนเข้าเมือง กฎหมายคนเข้าเมืองพิเศษ ฉบับแก้ไข กฎหมายการจดทะเบียนราษฎร ขั้นพื้นฐาน ฉบับแก้ไข
ผู้ถือวีซ่าถาวรแบบพิเศษ
(คนเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ,ไต้หวัน,ผู้มีเชื้อสายญี่ปุ่นรุ่นที่สาม )
บัตรประจำตัวคน ต่างด้าว ออกให้โดย ที่ว่าการเขต / อำเภอ บัตรประจำตัวผู้ถือวีซ่าถาวร แบบพิเศษ ออกให้โดยที่ว่าการเขต / อำเภอ ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าวออก ให้โดยที่ว่าการเขต / อำเภอ
ผู้ถือวีซ่าระยะยาว
(ผู้ถือวีซ่าถาวร , วีซ่านักเรียน เป็นต้น)
บัตรประจำตัวคน ต่างด้าว ออกให้โดย ที่ว่าการเขต / อำเภอ บัตรประจำตัวผู้พำนัก ออกให้โดยกองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว ออกให้โดยที่ว่าการเขต / อำเภอ
ผู้ที่อาศัยอย่างผิดกฎหมาย
(ผู้ที่อาศัยเกินระยะเวลา เป็นต้น)
บัตรประจำตัวคนต่างด้าว ออกให้โดยที่ว่าการเขต / อำเภอ ไม่ได้รับบัตรประจำตัวผู้พำนัก ไม่ออกทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าวหรือถูกยกเลิกทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว


Q2
การที่สามารถต่ออายุและรับบัตรประจำตัวผู้พำนัก (Zairyu Card) จากกองตรวจคนเข้าเมืองได้ ทำให้สะดวกขึ้นใช่หรือไม่

ไม่ใช่ ไม่ได้ทำให้สะดวกขึ้นแต่อย่างใด
เนื่องจากหลังจากที่รับบัตรประจำตัวผู้พำนักจากกองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นแล้ว ต้องไปที่ว่าการเขตหรืออำเภอ เพื่อแจ้งที่อยู่ นอกจากนี้แล้วหากมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ต้องไปแจ้งที่กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นหรือที่ว่าการเขตหรืออำเภอ ภายใน 14 วัน

การรับบัตรประจำตัวผู้พำนักที่กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น

เอ) ผู้ถือวีซ่าถาวรที่เป็นคนต่างชาติที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ต้องไปติดต่อรับบัตรประจำตัวผู้พำนักใหม่ที่กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ทุกๆ 7 ปี ( วันครบรอบวันเกิดครั้งที่ 7 )
บี) ผู้ถือวีซ่าระยะกลางและระยะยาว ยกเว้นวีซ่าถาวร จะได้รับบัตรประจำตัวผู้พำนัก เมื่อไปติดต่อขอต่ออายุวีซ่า หรือเปลี่ยนแปลงสถานภาพวีซ่า ที่กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น
ซี) คนต่างชาติที่เข้ามาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และจะอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นระยะเวลามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป หลังจากผ่านการตรวจสอบ ที่สนามบินนานาชาติ หรือท่าเรือแล้ว จะได้รับบัตรประจำตัวผู้พำนักพร้อมกับการได้รับอนุญาตเข้าประเทศ

บทลงโทษในกรณีไม่รับบัตรประจำตัวผู้พำนัก

ทั้ง เอ) , บี) , ซี) หากปฏิเสธการรับบัตรประจำตัวผู้พำนัก จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 200,000 เยน หากได้รับโทษจำคุก จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

บทลงโทษในกรณีที่ลืมต่ออายุ

เอ) ถ้าผู้ถือวีซ่าถาวรที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ลืมไปต่ออายุบัตรประจำตัวผู้พำนัก ทุกๆ 7 ปี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หากได้รับโทษจำคุก จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

ให้ที่ว่าการเขต / อำเภอ บันทึกที่อยู่ลงในบัตรประจำตัวผู้พำนัก

เมื่อคนต่างชาติที่ได้รับบัตรประจำตัวผู้พำนักจากกองตรวจคนเข้าเมืองแล้ว จะต้องไปที่ที่ว่าการเขต / อำเภอ ที่อาศัยอยู่ เพื่อให้ลงบันทึกที่อยู่ ในบัตรประจำตัวผู้พำนัก ภายใน 14 วัน

บทลงโทษในกรณีล่าช้า

ทั้ง เอ) และ บี) หากไปดำเนินการหลังจาก 14 วันผ่านไปแล้ว จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 200,000 เยน
ซี) คนต่างชาติที่เข้ามาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หากมีที่อยู่แน่นอนแล้ว แต่ไม่ได้ไปแจ้งต่อที่ว่าการเขต / อำเภอ ภายใน 14 วัน จะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 เยน และหากเกิน 90 วัน จะถูกยกเลิกวีซ่า

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งที่ว่าการเขต / อำเภอ

กรณีที่ย้ายที่อยู่ไปเขตหรืออำเภออื่น
1) ดิ ก่อนอื่นต้องแจ้ง 「ย้ายออก 」 ที่ว่าการเขต / อำเภอ ที่ตนอาศัยอยู่เม
2) หลังจากย้ายที่อยู่แล้ว ภายใน 14 วัน ต้องแจ้ง 「ย้ายเข้า 」 ที่ว่าการเขต / อำเภอ ที่ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ใหม่
กรณีที่ย้ายที่อยู่ไปในเขตหรืออำเภอเดียวกัน ก็ต้องแจ้งย้ายที่อยู่ด้วยเช่นเดียวกัน

บทลงโทษในกรณีแจ้งย้ายที่อยู่ล่าช้า

หากไม่ทำการแจ้งย้ายเข้า ย้ายออก ภายใน 14 วัน จะมีกำหนดลงโทษตามกฎหมายการจดทะเบียนราษฎรขั้นพื้นฐาน (โทษปรับไม่เกิน 50,000 เยน) + การลงโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติควบคุมการตรวจคนเข้าเมือง (โทษปรับไม่เกิน 200,000 เยน) + หากเกินกว่า 90 วันจะถูกยกเลิกวีซ่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมการตรวจคนเข้าเมือง

ที่ว่าการอำเภอแจ้งไปยังกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น

ข้อมูลเกี่ยวกับการพำนักอาศัยเหล่านี้ ทางที่ว่าการเขตอำเภอจะแจ้งไปยังกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น



Q3
บัตรประจำตัวผู้พำนัก ได้ระบุรายละเอียดอะไรไว้บ้าง

ไม่ได้เฉพาะระบุรายละเอียดแค่ ชื่อ-สกุล และสัญชาติเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่นด้วย

ในบัตรประจำตัวผู้พำนัก จะระบุ ชื่อ-สกุล / วันเดือนปีเกิด / เพศ / สัญชาติ / ที่อยู่ / สถานะการพำนัก / ระยะพำนัก และวันหมดอายุ / ชนิดของใบอนุญาตต่างๆ เช่น 「 การอนุญาตการเข้าเมือง 」 หรือ 「การต่ออายุวีซ่า 」 เป็นต้น รวมไปถึงวันเดือนปีที่ได้รับอนุญาต / หมายเลขบัตรประจำตัวผู้พำนัก วันออกบัตร วันหมดอายุ / มีหรือไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน / มีหรือไม่มีการอนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกเหนือเงื่อนไขของวีซ่าที่ระบุไว้ในบัตร ในกรณีที่มีอายุเกิน 16 ปีขึ้นไป จะมีรูปถ่ายติดด้วย และจัดเก็บข้อมูลด้วย IC SHIP ซึ่งใช้เป็นตัวเก็บข้อมูลเหล่านี้


ภาพที่1「บัตรประจำตัวผู้พำนัก」
ที่มา:ยามาดะ โทชิยูกิ・นาคากาว่า จุนอิจิ・คิกาว่า คัทสึฮิโร・นาคาโมโต ทสึงิอากิ・โมโตฮาริ คัทสึยูกิ
『ความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายการตรวจคนเข้าเมืองใหม่—ฉบับแก้ไข ปี ค.ศ. 2009』、ยูฮิคัคคุ


Q4
หากไม่มีบัตรประจำตัวผู้พำนัก จะเป็นอย่างไร

หากไม่พกบัตรประจำตัวผู้พำนักติดตัวไว้ตลอดเวลา จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นได้

ตามกฎหมายของการพกบัตรติดตัวเป็นประจำ

คนต่างชาติที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ต้องพกบัตรประจำตัวผู้พำนักติดตัวไว้เสมอ เหมือนที่ผ่านมา หากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองขอดูบัตร ต้องแสดงบัตรประจำตัวผู้พำนักต่อเจ้าหน้าที่

บทลงโทษในกรณีไม่สามารถแสดงบัตร , ไม่ได้พกบัตร

หากปฏิเสธการแสดงบัตรประจำตัวผู้พำนัก จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 เยน + หากได้รับโทษจำคุก จะต้องถูกเนรเทศออกนอกประเทศ
หากขณะนั้น ไม่ได้พกบัตรประจำตัวผู้พำนัก จะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 เย
กรณีที่บัตรประจำตัวผู้พำนักหาย หลังจากที่ทราบว่าบัตรหาย ต้องไปแจ้งที่กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นเพื่อทำเรื่องขอออกบัตรใหม่ให้ ภายใน 14 วัน

บทลงโทษในกรณีที่ไปทำเรื่องขอออกบัตรประจำตัวผู้พำนักใหม่ล่าช้า

หากไม่ไปทำเรื่องภายในเวลาที่กำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 เยน + หากได้รับโทษจำคุก ต้องถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

การพกบัตรประจำตัวผู้พำนักติดตัวเป็นประจำในชีวิตประจำวัน

กระทรวงยุติธรรมได้กำหนดไว้ว่า ในบัตรประจำตัวผู้พำนัก มีข้อมูลล่าสุดที่สำคัญของคนต่างชาติอยู่ ทำให้สามารถพิสูจน์ว่าคนต่างชาติคนนั้นมีวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายได้โดยง่าย ซึ่งหมายความว่า หากคนต่างชาติต้องการเช่าอพาร์ทเมนท์ , ทำสัญญาซื้อโทรศัพท์มือถือ ,เปิดบัญชีธนาคาร หรืออื่นๆ ในชีวิตประจำวัน อาจถูกขอให้แสดงบัตรประจำตัวผู้พำนักด้วย

ตอนหางานทำ มีความจำเป็นต้องใช้บัตรประจำตัวผู้พำนัก

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขครั้งนี้ ในบัตรประจำตัวผู้พำนัก ยังมีรายการ ข้อจำกัดในการทำงานที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่า โดยจะเขียนตามข้อ 1) 2) 3) ดังต่อไปนี้
1) ไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน
2) มีข้อจำกัดในการทำงาน / สามารถทำงานได้ตามสถานภาพของวีซ่าที่มี
3) ไม่สามารถทำงานได้ / หากต้องการทำงาน จำเป็นต้องได้รับการอนุญาต
กระทรวงยุติธรรมได้กำหนดไว้ว่า 「ผู้ว่าจ้างสามารถยืนยันได้จากบัตรประจำตัวผู้พำนัก และสามารถตัดสินใจได้อย่างง่าย 」
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขในครั้งนี้ ผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบได้ว่าคนต่างชาติคนนั้น พำนักเกินระยะเวลาวีซ่าหรือไม่ มีวีซ่าที่สามารถทำงานได้หรือไม่ ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องตรวจดูว่า 「มีวีซ่าหรือไม่ 」「มีข้อจำกัดในการทำงานหรือไม่」 ก่อนที่จะทำการจ้าง หากผู้ว่าจ้างรับคนต่างชาติที่ฝ่าฝืนการอนุญาตนั้น ผู้ว่าจ้างจะได้รับโทษหนัก
ดังนั้น เมื่อคนต่างชาติหางานพาร์ตไทม์ทำ อาจถูกผู้ว่าจ้างขอดูบัตรประจำตัวผู้พำนัก เพื่อตรวจดูรายะเอียดว่ามีข้อจำกัดในการทำงานหรือไม่ ได้รับอนุญาตให้ทำงานนอกเหนือจากที่วีซ่าที่มีหรือไม่ ตรวจดูวันหมดอายุของวีซ่า เป็นต้น



Q5
ไม่เพียงแต่คนต่างชาติเท่านั้น หน่วยงานที่สังกัดอยู่ก็จำเป็นต้องรายงานด้วยหรือไม่

ใช่ การแก้ไขครั้งนี้ คนต่างชาติมีหน้าที่ต้องรายงานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในรายการต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เฉพาะแต่คนต่างชาติเท่านั้น หน่วยงานที่คนต่างชาติสังกัด หรือมีสัญญาอยู่ ต้องรายงานให้ทราบด้วย

รายะเอียดที่คนต่างชาติจะต้องรายงาน

คนต่างชาติที่มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ-สกุล / วันเดือนปีเกิด / เพศ / สัญชาติ ที่บันทึกไว้ในบัตรประจำตัวผู้พำนัก ต้องรายงานต่อกองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ภายใน 14 วันเพื่อที่จะรับบัตรประจำตัวผู้พำนักใหม่

บทลงโทษ กรณีไปรายงานการเปลี่ยนแปลงล่าช้า

หากมีการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ไปรายงานภายใน 14 วัน จะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 เยน นอกจากนี้ ดังที่แสดงไว้ในตาราง 2 (บี) คนต่างชาติที่ถือวีซ่า 「ศาสตราจารย์」~ 「 ผู้ชำนาญการ(แรงงานฝีมือ)」 หากหน่วยงานที่สังกัดอยู่ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ , หน่วยงานล้มละลาย , ออกจากหน่วยงานหรือย้ายหน่วยงาน ก็ต้องรายงานต่อกองตรวจคนเข้าเมือง ภายใน 14 วัน

บทลงโทษ กรณีรายงานการเปลี่ยนแปลงล่าช้า

หากรายงานการเปลี่ยนแปลงเกิน 14 วัน จะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 เยน


ตาราง 2 หัวข้อที่ต้องรายงานของ ตนต่างชาติ/องค์กรที่สังกัด/ผู้จ้างงาน
สถานะการพำนัก A. หวข้อที่ระบุไว้ ในบัตรประจำตัวผู้พำนัก *1 B. หัวข้อที่เจ้าของบัตร ต้องรายงาน *1 C. หัวข้อที่องค์กรที่ สังกัดต้องรายงาน *1 D. หัวข้อที่ต้องรายงานตาม กฎหมายการจ้างงาน
A
p
p
e
n
d
i
x

1
ศิลปิน 1. ชื่อสกุล

2. วันเดือนปีเกิด

3. เพศ

4. สัญชาติ

5. ที่อยู่

6. ประเภทวีซ่า

7. ระยะเวลาวีซ่า /วันหมดอายุ

8. ชนิดของวีซ่า / วันเดือนปีที่อนุญาต

9. หมายเลขบัตรประจำตัวผู้
พำนัก /วันออกบัตร / วันหมดอายุ

10. ข้อกำหนดของการทำงาน / การได้รับอนุญาตให้ทำ
กิจกรรมนอกเงื่อนไขของวีซ่า
- - *2 1. ชื่อสกุล

2. วันเดือนปีเกิด

3. เพศ

4. สัญชาติ

5. ประเภทวีซ่า / การได้รับ
อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอก
เงื่อนไขของวีซ่า

6. ระยะเวลาวีซ่า

7. ที่อยู่

8.ชื่อและที่อยู่ของสำนักงาน

9.ค่าจ้าง / รูปแบบของการ
จ้างงาน /ชนิดของงาน /
จำนวนชั่วโมงของการทำงาน / ระยะเวลาของสัญญา

10.วันเดือนปีที่เข้า
ทำงาน และ ออกจากงาน
ศาสนา
สื่อสารมวลชน
กิจกรรม ทางวัฒนธรรม
อาจารย์ 1. การเปลี่ยนแปลงชื่อและ
ที่อยู่ขององค์กรที่สังกัด

2. องค์กรที่สังกัดล้มละลาย

3. การถอนตัวและ
โยกย้ายองค์กรที่สังกัด
1. วันที่เริ่มรับและวันที่
หยุดรับคนต่างชาติเข้าทำงาน

2. สถานการณ์ (เงื่อนไข)
อื่นที่รับเข้าทำงาน
ผู้ลงทุน / นักธุรกิจ
นักกฎหมาย /นักบัญชี
ผู้ประกอบกิจการบริการทางการแพทย์
ผู้ประกอบกิจการด้านการศึกษา
ผู้ที่ทำงานกับบริษัทสาขาในต่างประเทศ
ผู้ฝึกงานด้านทักษะ
นักศึกษาต่างชาติ
-ฝึกอบรม
นักวิจัย 1. การเปลี่ยนแปลงชื่อและ
ที่อยู่ขององค์กรที่ทำสัญญา

2. องค์กรที่ทำสัญญา
ล้มละลาย

3. การถอนตัวและโยกย้าย
จากองค์กรที่ทำสัญญา
เทคโนโลยี
ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยศาสตร์ /กิจการต่างประเทศ
นักแสดง
แรงงานฝีมือ
ผู้ติดตาม ●กรณีของคู่สมรส :
การหย่ากับคู่สมรส ,
คู่สมรสเสียชีวิต
ผู้ชำนาญการ
A
p
p
e
n
d
i
x

2
คู่สมรสของชาวญี่ปุ่น -
คู่สมรสของผู้มีถิ่น
พำนักถาวร
วีซ่าตลอดชีพ -
วีซ่าผู้พำนักถาวร
*1 ตามบทบัญญัติของกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับแก้ไข
*2 ข้อความของกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับแก้ไขกำหนดไว้ว่า องค์กรที่จ้างงานคนต่างชาติที่มีวีซ่า ศิลปิน / ศาสนา / สื่อมวลชน / ผู้มีความรู้ทางวัฒนธรรม ต้องรายงานถึงสถานการณ์ที่รับชาวต่างชาติเข้าทำงาน แต่ กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า สำหรับวีซ่าเหล่านี้ การเป็นองค์กรที่สังกัดไม่ได้เป็นพื้นฐานของวีซ่า จึงไม่จำเป็นต้องรายงาน

หัวข้อที่องค์กรที่สังกัดต้องรายงาน

ตามกฎหมายมาตรการจ้างงานฉบับแก้ไข ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ปี คศ 2007 บริษัทที่ว่าจ้างคนต่างชาติทุกบริษัท ทุกหน่วยราชการ มีหน้าที่รายงานสถานการณ์การจ้างงานชาวต่างชาติแต่ละคน (ตามตาราง 2 –ดี) ต่อกระทรวงสาธารณะสุขแรงงาน และสวัสดิการ ข้อมูลการจ้างงานนี้ จะถูกนำเสนอต่อไปยังกระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้แล้วกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองฉบับแก้ไขนี้ หน่วยงานที่มีคนต่างชาติที่มีสถานภาพพำนัก อาจารย์ กิจกรรมเฉพาะ สังกัดอยู่ ตามที่กล่าวไว้ในตาราง 2-ซี) ต้องแจ้งต่อกองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น เมื่อเริ่มจ้างและเลิกจ้างชาวต่างชาติ ,สถานการณ์การจ้างงาน อื่นๆ แต่ตามกฎหมายการจ้างงาน เจ้าของกิจการที่ต้องแจ้ง"รายงานสถานะการณ์การจ้างงานชาวต่างชาติ"จะได้รับการยกเว้น

องค์กรการศึกษาที่รับนักศึกษาต่างชาติต้องรายงานด้วย

จากคำอธิบายของกระทรวงยุติธรรม ตัวอย่างเช่น โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นและมหาวิทยาลัย , โรงเรียนเฉพาะทาง เป็นต้น ที่รับนักศึกษาต่างชาติ หน่วยงานการศึกษาเหล่านี้ นอกจากจะต้องแจ้ง ชื่อ-สกุล / วันเดือนปีเกิด / เพศ / สัญชาติ / สถานภาพพำนัก / ระยะเวลาของวีซ่า / การลาออกจากโรงเรียน การตัดชื่อออกจากบัญชี รวมทั้งข้อเท็จจริงของที่อยู่ที่ไม่ชัดเจน ด้วย


ตาราง 3 (อ้างอิง) บทบัญญัติและบทลงโทษของผู้ถือวีซ่าระยะกลางและระยะยาว
รายการบทบัญญัติ รูปแบบการละเมิด บทลงโทษ
รายงาน
การกระทำ
ที่อยู่อาศัยใหม่ ,
รายงานการเปลี่ยนแปลง
การรายงานเท็จ จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
ยกเลิกวีซ่า
การเนรเทศ (กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวในข้างต้น)
การรายงานล่าช้า กรณีเกิน 14 วัน ปรับไม่เกินสองแสนเยน
เกิน 90 วัน ยกเลิกวีซ่า
รายงานการเปลี่ยนแปลงสถานะ
รายงานการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่สังกัด
การหย่าหรือการเสียชีวิตของคู่สมรส
การรายงานเท็จ จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
การเนรเทศ (กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวข้างต้น)
การรายงานล่าช้า เกิน 14 วัน ปรับไม่เกิน สองแสนเยน
บัตร
สถานภาพ
พำนัก
รับบัตร ไม่รับบัตร จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
การเนรเทศ (กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวข้างต้น)
การพกบัตรติดตัวเป็นประจำ ไม่พกบัตร ปรับไม่เกินสองแสนเยน
การแสดงบัตร ปฏิเสธการแสดงบัตร จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
การเนรเทศ (กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวข้างต้น)
การต่ออายุบัตร ไปต่ออายุล่าช้า เกินอายุบัตร จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
การเนรเทศ(กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวข้างต้น)
การทำบัตรใหม่ ทำบัตรใหม่ล่าช้า เกิน 14 วัน จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
การเนรเทศ(กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวข้างต้น)
คำสั่งให้ทำบัตรใหม่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เกิน 14 วัน จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน
การเนรเทศ(กรณีได้รับโทษจำคุกตามที่กล่าวข้างต้น)
การคืนบัตร การคืนบัตรล่าช้า เกิน 14 วัน จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสองแสนเยน


Q6
กระทรวงยุติธรรมได้นำข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์อะไร

กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าจะใช้ข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ในการตรวจสอบ การปรับปรุงระยะเวลาสถานภาพการพำนัก(วีซ่า)ของชาวต่างชาติ , การเปลี่ยนแปลงของสถานะวีซ่า, การยกเลิกสถานะวีซ่า ภายใต้ระบบการจัดการที่อยู่อาศัยใหม่ ข้อมูลส่วนตัวล่าสุดโดยละเอียดของชาวต่างชาติแต่ละคน จะถูกส่งไปยังกองควบคุมการเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรม อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรม ยังได้เก็บข้อมูลประวัติการเนรเทศ ประวัติการเข้าออกประเทศ ลายนิ้วมือที่พิมพ์ไว้ตอนเข้าออกประเทศ ข้อมูลภาพใบหน้าของแต่ละคน บันทึกไว้เป็นบัญชีดำอีกด้วย

สิทธิขอบเขตในสำรวจอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับแก้ไขครั้งนี้ ยังให้สิทธิแก่กระทรวงยุติธรรมอย่างมากในการสำรวจหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ข้อมูลส่วนตัวของคนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง สำหรับ กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ไม่เพียงแต่กับคนต่างชาติเท่านั้น ยังสามารถเรียกให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปสอบถาม, ให้ส่งเอกสารได้อีกด้วย และ ทางที่ว่าการเขตอำเภอที่จัดทำ 「ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว」 ยังสามารถเรียกขอข้อมูลเพิ่ม จากหน่วยงานที่ชาวต่างชาติสังกัดอยู่ได้

ตรวจทานข้อมูลส่วนตัวแล้วใช้ในการตรวจสอบ

กระทรวงยุติธรรมมีการตรวจทานข้อมูลส่วนตัวที่รวบรวมดังนี้ ตัวอย่างเช่น เปรียบเทียบข้อมูลของคนต่างชาติ จากตาราง 2-บี) และ ข้อมูลขององค์กรที่สังกัด จากตาราง 2-ซี) , ดี) ในการตรวจสอบการปรับปรุงระยะเวลาสถานะการพำนัก (วีซ่า), การเปลี่ยนแปลงของสถานะวีซ่า , การยกเลิกสถานะวีซ่า


Q7
การยกเลิกสถานะการพำนัก (วีซ่า) คืออะไร

คือขั้นตอนแรกของการยึดสถานที่อยู่อาศัยและการดำรงชีวิตในญี่ปุ่นของชาวต่างชาติ

การถูกยึดวีซ่าระหว่างระยะเวลาของวีซ่า

ตามกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับแก้ไขของปี คศ 2004 "ระบบการยกเลิกสถานะการพำนัก (วีซ่า)"
ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ตัวอย่างเช่น กรณีที่นักศึกษาต่างชาติลาออกจากโรงเรียนหรือหยุดเรียน 「ไม่ทำกิจกรรมตามเงื่อนไขของวีซ่าเป็นเวลามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป」 กระทรวงยุติธรรมสามารถยกเลิกวีซ่าของนักศึกษาต่างชาติคนนั้นได้
ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายฉบับแก้ใขครั้งนี้ ยังได้เพิ่มบทบัญญัติข้อ (5)、(7)~(10) ต่อไปนี้ ทำให้กระทรวงยุติธรรมสามารถยกเลิกวีซ่าได้ แม้ว่าจะอยู่ในระหว่างระยะเวลาของวีซ่า

(5) ได้รับอนุญาตพำนักในญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษ โดยการปลอมแปลงหรือใช้วิธีทุจริตอื่นๆ หรือได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัย
(7) ผู้ที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นในฐานะคู่สมรสคนญี่ปุ่น , คู่สมรสผู้ถือวีซ่าถาวร แต่ไม่ทำกิจกรรมตามสถานภาพอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 6 เดือน (ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลเหมาะสมที่ทำให้พำนักอยู่ โดยไม่ทำกิจกรรมดังกล่าว)
(8) คนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเข้าประเทศ และ ได้บัตรประจำตัวผู้พำนัก แต่ไม่ได้แจ้งที่อยู่ต่อทางการภายใน 90 วัน (ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลเหมาะสม)
(9) กรณีคนต่างชาติที่ย้ายออกจากที่อยู่เดิม แต่ไม่แจ้งที่อยู่ใหม่ต่อทางการภายใน 90 วัน (ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลเหมาะสม)
(10) คนต่างชาติที่แจ้งที่อยู่ปลอม


ข้อความที่อยู่ท้ายบทบัญญัติ (7) (8) (9)"ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลที่เหมาะสม" นั้น ผู้ร่างกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ได้อธิบายไว้ดังต่อไปนี้

(7) กรณีเป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างการไกล่เกลี่ยการหย่าร้าง และเรียกร้องสิทธิในการดูแลลูกที่มีสัญชาติญี่ปุ่น
(8) กรณีเป็นผู้ป่วยและต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานหลังจากเข้าประเทศ และไม่สามารถแจ้งร้องขอได้ด้วยตนเองสามารถให้ตัวแทนไปดำเนินการแทนได้
(9) กรณีเป็นผู้ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ไม่สามารถหาที่อยู่อาศัยได้

กรณีเหล่านี้ถือว่าไม่ตรงกับ "การยกเลิกวีซ่า" แต่กระทรวงยุติธรรมยังไม่แสดงถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่ชัดเจนของกรณีเหล่านี้

สิทธิที่อยู่อาศัยของแรงงานข้ามชาติหญิง

ดังที่กล่าวไว้ในตาราง 2 ช่อง บี) แรงงานข้ามชาติหญิงที่เป็นคู่สมรสของคนญี่ปุ่น / คู่สมรสของผู้ถือวีซ่าถาวร กรณีที่หย่าร้างหรือคู่สมรสเสียชีวิต ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงสถานะต่อกองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ภายใน 14 วัน

บทลงโทษกรณีแจ้งการเปลี่ยนแปลงล่าช้า

หากแจ้งการเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 14 วันขึ้นไป จะถูกปรับไม่เกินสองแสนเยน ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างระยะเวลาของวีซ่า มีการเพิ่มบทบัญญัติของการยกเลิกวีซ่าคู่สมรส ((7) ที่กล่าวมาในข้างต้น)

ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่กระทรวงยุติธรรมพิจารณาว่า หญิงต่างชาติที่เป็นคู่สมรสของคนญี่ปุ่นที่ไม่ได้ทำกิจกรรมเป็นคู่สมรสเกินกว่า 6 เดือน กระทรวงยุติธรรมสามารถยกเลิกวีซ่าของหญิงคนนั้นและดำเนินการเนรเทศ (แต่ตามกฎหมายฉบับแก้ไข กำหนดว่าก่อนที่กระทรวงยุติธรรมจะยกเลิกวีซ่า ต้องพิจารณาให้โอกาสในการเปลี่ยนเป็นวีซ่าผู้มีถิ่นพำนักถาวร , วีซ่าตลอดชีพ
และกระทรวงยุติธรรมต้องแจ้งให้ที่ว่าการเขตอำเภอทราบว่าได้ยกเลิกวีซ่าของหญิงคนนั้น และให้ยกเลิก ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว ของหญิงคนนั้นด้วย

รูปแบบของ การแต่งงาน ที่เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบัน รูปแบบของการแต่งงานได้เปลี่ยนแปลงไป ทุกคนคิดว่า เป็นการยากที่จะยืนยันผู้ที่อยู่ในสถานะของคู่สมรสของชาวญี่ปุ่น ไม่ปฏิบัติตามสภาพ แต่กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า การอยู่ร่วมกันหรือไม่ , ในกรณีที่แยกกันอยู่แต่มีการติดต่อกันหรือไม่, บ่อยแค่ไหน , มีการให้ค่าครองชีพหรือไม่, มีการอาศัยอยู่ร่วมกับเพศตรงข้ามคนอื่นหรือไม่, มีการหางานทำหรือไม่ , ประเภทของงาน เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้ในการประกอบการพิจารณาในการตัดสิน


Q8
ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว เป็นอย่างไร

คือการขึ้นทะเบียนถิ่นที่อยู่ เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่น

ที่ผ่านมาที่ว่าการเขตอำเภอได้ขึ้นทะเบียนผู้อาศัยของคนญี่ปุ่นตามกฎหมายการขึ้นทะเบียนมีถิ่นที่อยู่ และกฎหมายการขึ้นทะเบียนคนต่างชาติ สำหรับคนต่างชาติ เพื่อใช้ในการเรียกเก็บภาษีและการให้บริการของรัฐบาล

ทะเบียนถิ่นที่อยู่

ทะเบียนราษฎรขั้นพื้นฐาน คือ การนำเอาทะเบียนถิ่นที่อยู่ ที่บันทึกชื่อ-สกุล / วันเดือนปีเกิด / เพศ ที่รวมเป็นของแต่ละครัวเรือน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการให้บริการ ประกันสุขภาพของรัฐ , การดูแลทางการแพทย์ของผู้สูงอายุ, ประกันดูแลพยาบาล , การยืนยันคุณสมบัติของผู้เอาประกันที่มีสิทธิรับเงินบำนาญราษฎรจากรัฐบาล , ยืนยันคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือบุตร , จัดทำทะเบียนเด็กวัยเรียน, เงินช่วยเหลือในการดำรงชีพ , การฉีดวัคซีนป้องกันโรค และการลงทะเบียนตราประทับประจำตัวต่างๆ แต่การให้บริการต่างๆเหล่านี้ ยังไม่สามารถใช้ได้กับคนต่างชาติ

ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว

กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ ทำให้คนต่างชาติต้องลงทะเบียนในทะเบียนถิ่นที่อยู่ด้วย นอกจาก「ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าระยะกลางและยาว」, 「ผู้ถือวีซ่าถาวรพิเศษ」แล้ว ยังรวมไปถึงผู้ที่อยู่ระหว่างการขอวีซ่าผู้อพยพ ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวผู้พำนัก ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักชั่วคราว และผู้ที่ได้รับการคุ้มครองชั่วคราว
แต่การลงทะเบียนของชาวต่างชาติ จะไม่เหมือนกับชาวญี่ปุ่นทั้งหมด ตามตาราง 4 ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าวของชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าระยะกลางและระยะยาว จะมีการบันทึกสัญชาติ ,ประเภทของวีซ่า , ระยะการพำนัก และวันหมดอายุ, เลขที่บัตรประจำตัวผู้พำนัก เป็นต้น

กรณีในหนึ่งครัวเรือนที่หลายสัญชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน

กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ ในกรณีที่ครอบครัวของผู้ที่แต่งงานระหว่างประเทศ หรือมีหลายสัญชาติใน 1 ครัวเรือน จะถือว่าเป็น 1 ครัวเรือน ตัวอย่างเช่น ครอบครัวของคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติ ที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นจะมีทะเบียนผู้อาศัยของตัวเอง และระบุชื่อคู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาติ และข้อมูลต่างๆบันทึกไว้ในช่องหมายเหตุ ต่อแต่นี้ไป จะมีการลงบันทึกรายละเอียดเป็นช่องรายการสำหรับชาวต่างชาติ


ตาราง 4 บัตรถิ่นที่อยู่ของชาวญี่ปุ่นและผู้ถือวีซ่าระยะกลางและระยะยาว
บัตรถิ่นที่อยู่ของชาวญี่ปุ่น บัตรถิ่นที่อยู่ของชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าระยะกลางและระยะยาว
ชื่อ-สกุล
วันเดือนปีเกิด
เพศ
(กรณีของเจ้าบ้าน) ผู้เป็นเจ้าบ้าน / (กรณีไม่ใช่เจ้าบ้าน) ชื่อสกุลของเจ้าบ้านและความเกี่ยวข้อง
ทะเบียนครอบครัว ผู้ถือวีซ่าระยะกลาง,ระยะยาว
- สัญชาติ
- หมายเลขบัตรประจำตัวผู้พำนัก
- ประเภทวีซ่า
- ระยะเวลาของวีซ่าและวันหมดอายุ
วันเดือนปีที่มีถิ่นที่อยู่ วันเดือนปีที่ลงทะเบียนเป็นผู้พำนักอาศัยชาวต่างชาติ
ที่อยู่
วันเดือนปีที่ย้ายเข้าและที่อยู่เก่า
การลงทะเบียนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง - (การยกเว้น)
หัวข้อที่เกี่ยวกับ ประกันสุขภาพของรัฐ / การดูแลทางการแพทย์ของผู้สูงอายุ/ การประกันดูแลพยาบาล / เงินช่วยเหลือบุตร / เงินบำนาญราษฎรจากรัฐบาล
รายการที่เกี่ยวกับการแจกจ่ายข้าว
รหัสของทะเบียนผู้อาศัย
หัวข้ออื่น ๆ ที่ระบุไว้โดยคําสั่งคณะรัฐมนตรี


Q9
การคัดชื่อออกจากทะเบียนผู้อาศัย คืออะไร

คือการคัดชื่อออกจากทะเบียนราษฎรหลัก ทั้งๆที่ความเป็นจริง เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอนั้น

ตามกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับแก้ไข กำหนดไว้ว่า หากที่ว่าการเขตอำเภอมีการบันทึก การคัดออก หรือการแก้ไขในทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าว ต้องแจ้งต่อกระทรวงยุติธรรมทันที การบันทึก การคัดออก การแก้ไขทะเบียนราษฎรชาวต่างชาติ คือการที่ครอบครัวของชาวต่างชาติได้แจ้งเกิด แจ้งตาย ต่อที่ว่าการเขตอำเภอ และได้มีการจัดทำหรือคัดออกจากทะเบียนผู้อาศัยหรือกรณีที่ชาวต่างชาติหายสาบสูญทางเขตเทศบาลมีสิทธิที่จะคัดชื่อชาวต่างชาติคนนั้นออกจากทะเบียนผู้อาศัย เป็นต้น

การคัดออกโดยอ้างจากหนังสือแจ้งจากกระทรวงยุติธรรม

มาตรานี้ต่อเนื่องกับกฎหมายการลงทะเบียนมีถิ่นที่อยู่ ฉบับแก้ไข กระทรวงยุติธรรมกำหนดไว้ว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือข้อผิดพลาดในหัวข้อที่บันทึกไว้ทะเบียนผู้อาศัยคนต่างด้าวที่ทางที่ว่าการเขตอำเภอได้จัดทำขึ้น กระทรวงยุติธรรมจะแจ้งต่อที่ว่าการเขตอำเภอระบบการลงทะเบียนถิ่นที่อยู่นี้ ไม่ได้ใช้เพื่อการให้บริการแก่ประชาชนที่อยู่อาศัย แต่เป็นระบบการจัดการกับคนต่างชาติระบบหนึ่งของบทบัญญัติ



Q10
"การที่ไม่ต้องทำ RE-ENTRY กรณีที่เดินทางกลับเข้าญี่ปุ่นอีกครั้ง" คืออะไร

การแก้ไขกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองครั้งนี้ ในกรณีที่เดินทางออกจากญี่ปุ่นแล้วจะกลับเข้าญี่ปุ่นอีกครั้งภายใน 1 ปี จะไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเข้าเมืองอีก

ที่ผ่านมา ชาวต่างชาติที่ต้องการกลับประเทศของตนเป็นการชั่วคราว หรือเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ต้องไปติดต่อขอรับการอนุญาตเดินทางเข้าญี่ปุ่นอีกครั้ง ที่กองตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้อง 3,000 เยน แบบใช้ได้เพียงครั้งเดียว และ 6,000 เยน แบบใช้ได้หลายครั้ง สำหรับการอนุญาตเข้าญี่ปุ่นอีก การแก้ไขครั้งนี้ หากคนต่างชาติต้องการเดินทางออกจากญี่ปุ่น เพียงแค่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทราบว่าจะกลับเข้าญี่ปุ่นภายใน 1 ปี พร้อมแสดงหนังสือเดินทางและบัตรประจำตัวผู้พำนัก นี่คือกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องทำ Re entry กรณีที่เดินทางกลับเข้าญี่ปุ่นอีกครั้ง
อนึ่ง การเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศระยะยาว ถ้าออกจากญี่ปุ่นแล้วไม่สามารถกลับเข้ามาได้ภายใน 1 ปี ต้องยื่นติดต่อขอรับการอนุญาตเข้าญี่ปุ่นอีกครั้งเหมือนกับที่ผ่านมา

หากแสดงไว้ว่าถือวีซ่า "เกาหลีเหนือ" หรือ "ไร้สัญชาติ" จะไม่สามารถใช้ระบบนี้ได้

หากคนต่างชาติที่ถือบัตรสถานภาพพำนักที่มีรายละเอียดในช่อง สัญชาติ แสดงไว้ว่า "เกาหลีเหนือ" หรือ "ไร้สัญชาติ" จะไม่สามารถใช้ระบบ "การไม่จำเป็นต้องขออนุญาตกลับเข้าญี่ปุ่นอีกครั้ง" ได้ โดยกระทรวงยุติธรรมได้อธิบายโดยให้เหตุผลว่า "ไม่มีหนังสือเดินทางอย่างเป็นทางการ"




สรุป กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ คือ....

ระยะเวลาอนุญาตพำนักสูงสุด จะถูกเปลี่ยนจาก 3 ปี เป็น 5 ปี ถึงแม้ว่า มีการจัดตั้ง ระบบการไม่จำเป็น ต้องขออนุญาตกลับเข้าเมืองอีกครั้ง ขึ้นมาใหม่โดยปรับปรุงให้ดีขึ้นก็ตาม สุดท้ายก็เป็นกฎหมาย ที่ใช้ในการกลั่นแกล้งคนต่างชาติ

กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ได้กำหนดบทบัญญัติภาคบังคับต่างๆสำหรับคนต่างชาติ หาก ละเมิด ก็จะมีบทลงโทษทางอาญา หรือถูกยกเลิกวีซ่า ซึ่งการกระทำอย่างเฉียบขาดเหล่านั้น ทำให้คนต่างชาติ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัตินั้น

ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ หากผู้ที่ถือวีซ่าระยะกลาง และระยะยาวที่มีบัตรสถานภาพพำนัก แต่ไม่ได้เป็นผู้ที่ถือวีซ่าดังกล่าวแล้ว ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงต่างชาติ ที่เป็นคู่สมรสของคนญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ทำกิจกรรมตามสถานภาพอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 6 เดือนแล้วถูก กระทรวงยุติธรรมยกเลิกวีซ่า , ผู้หญิงคนนั้น ต้องนำบัตรประจำตัวผู้พำนักไปคืนต่อกระทรวงยุติธรรมภายใน 14 วัน หากละเมิดหรือไม่ทำตามบทบัญญัตินั้น จะต้องถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 2 แสนเยน นี่คือระบบที่ใช้ในการยึดวีซ่าคืน และยังใช้บทลงโทษทางอาญา บังคับให้คืนบัตรประจำตัวผู้พำนักอีกด้วย

กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่นี้ คือ การปล้นศักดิ์ศรีและเสรีภาพของชาวต่างชาติทุกคน กฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับใหม่ เป็นกฎหมายที่ไม่ดี กีดกันการอยู่ร่วมกันของชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ แต่พวกเราทุกคนที่อาศัยอยู่ในสังคมของญี่ปุ่น ควรจะจำข้อความดังต่อไปนี้ไว้


ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในอาณาเขตของภาคีอนุสัญญา สามารถได้รับสิทธิที่กำหนดโดย สนธิสัญญา (สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ด้านสิทธิและเสรีภาพ) ชาวต่างชาติมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ซึ่งถ้าเป็นไปตามนั้นแล้ว ไม่ควรจะมีการแบ่งแยก, การเลือกปฏิบัติระหว่างชาวต่างชาติและประชาชนของประเทศนั้น
(คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน,ความคิดเห็นทั่วไป 15)